ไปเรียนต่อต่างประเทศ
ติดต่อเองหรือผ่านเอเย่นต์ดี |
ตอบ
|
ได้ทั้งสองแบบ
หากมีความรู้ภาษาอังกฤษดี รู้จักประเทศ
และสถาบันที่ต้องการสมัครเรียนเป็นอย่างดี
?ควรจะสมัครเอง หากไม่มีเวลา ภาษาไม่ถนัด
ไม่รู้จักสถาบันและประเทศก็ควรใช้เอเย่นต์
เพราะนอกจากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ
แล้วยังได้รับบริการอื่นๆ อาทิเช่น
แนะแนว ช่วยเลือกสถาบัน สมัครเรียน
ทำวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน ดูแลจนกระทั่งจบการศึกษา
|
|
|
เลือกเอเย่นต์แนะแนวการศึกษาอย่างไร
ถึงจะแน่ใจว่าได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่สุด
และไม่ถูกหลอก |
ตอบ
|
อย่าหลงคำโฆษณาชวนเชื่อ
ที่โป้ปดเกินจริงว่า เป็นตัวแทน ของประเทศนี้
ประเทศนั้น เพราะตัวแทนประเทศจริงๆ
นั้นมักจะบริหารงานโดยสถานทูต โดยใช้ชื่อศูนย์การศึกษา
อาทิเช่น ศูนย์การศึกษานิวซีแลนด์
ประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ภายในสถานทูตนิวซีแลนด์
บริหารงานโดยเจ้าหน้าที่จาก Trade
New Zealand เอเย่นต์ที่มีอยู่ทั่วไป
เป็นสำนักงานเอกชนที่มีรายได้จาก
ค่าคอมมิชชั่นจากสถาบันการศึกษาต่างๆ
โดยแบ่งจากค่าเรียนที่นักศึกษาจ่ายไป
ฉะนั้นเอเย่นต์จึงต้องมีหน้าที่แนะนำ
นักศึกษาตั้งแต่ก่อนเดินทางจนกระทั่งเรียนจบ
เอเย่นต์บางแห่งสนใจกระเป๋าตนเองมากกว่า
ประโยชน์ของผู้เรียน แนะนำเฉพาะสถาบันที่ตนเองเป็นตัวแทน
หากนักศึกษาสนใจสถาบันใดที่ไม่ได้เป็นตัวแทนก็จะไม่สนใจ
ทำให้ผู้เรียนเสียประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ยังชอบแนะนำสถาบันซ้ำๆ ทำให้ไปเรียนในโรงเรียนที่มีเด็กไทยอยู่มากเกินไป |
|
| วิธีเลือกเอเย่นต์ทำอย่างไร |
ตอบ |
ตัดสินใจด้วยตนเองเมื่อเข้าไปพบ
ดูว่ามีความรู้เกี่ยวกับการศึกษาของนิวซีแลนด์แค่ไหน
การแนะนำเป็นอย่างไร สถาบันที่เป็นตัวแทนอยู่มีอะไรบ้าง
ขอดู Profile บริษัทและขอเบอร์ของผู้ปกครอง
และนักศึกษาในความดูแลโทร.ไปถามว่า
พอใจกับการบริการแค่ไหนแล้วค่อยตัดสินใจ
|
|
| หน้าที่ของเอเย่นต์คืออะไร |
ตอบ |
เอเย่นต์จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนนักศึกษา
หรือผู้ปกครองในการติดต่อสื่อสารกับ
โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ
ในต่างประเทศ เอเย่นต์มีหน้าที่ให้คำแนะนำ
ที่เป็นประโยชน์ที่สุดเหมาะสมที่สุด
ต่อนักศึกษาและอนาคต นอกจากนั้นเอเย่นต์ยังมีบริการอื่นๆ
เสริมเพื่อความสะดวกแก่ผู้เรียน อาทิเช่น
ดำเนินการขอวีซ่า ประกันสุขภาพ จองตั๋วเครื่องบิน
และปฐมนิเทศ เป็นต้น |
|
|
เลือกที่เรียนอย่างไร |
ตอบ |
ก่อนอื่นต้องทบทวนก่อนว่า
ผู้เรียนมีเป้าหมายต่อการเรียน และต่ออนาคตอย่างไรบ้าง
ข้อสำคัญคือให้วิเคราะห์ตนเองก่อน
เมื่อเข้าใจความต้องการของตนแล้ว
ก็จะสามารถเลือกสถานที่เรียนที่เหมาะสมได้
อาทิเช่น มีงบน้อยต้องการไปเรียนภาษาให้ได้ไวที่สุด
ทางเลือกคือ
1) เลือกอยู่โฮมสเตย์
2) เลือกโรงเรียนที่ไม่มีเด็กไทยเยอะเกินไป
|
|
|
ทราบได้อย่างไรว่าสถาบันใดเป็นสถาบันคุณภาพ |
ตอบ |
ให้พิจารณาคุณวุฒิและคุณภาพครูผู้สอน
พร้อมทั้งสิ่งแวดล้อม คือนักศึกษาหรือนักเรียนคนอื่นๆเป็นหลัก
ส่วนเรื่องสถานที่และบริการอื่นๆเป็นเรื่องรอง
หากโรงเรียนสามารถจ้างครูดีมีคุณภาพ
อาทิเช่นโรงเรียนสอนภาษาครูผู้สอนเป็น
Native Speaker มีวุฒิทางการศึกษา
พร้อมกับการอบรมการสอนภาษาให้เด็ก
ต่างชาติเพิ่มเติม ย่อมดีกว่าโรงเรียนที่มีครูซึ่งได้รับการอบรมเพียง
4-6 สัปดาห์แล้วเข้าสอนนักเรียน ฉะนั้นหากจะเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพ
ให้ดูที่ครูและเพื่อนร่วมชั้นว่ามาจากไหน
และมีจุดมุ่งหมายในการเรียนอย่างไร
|
|
| อยู่เมืองไหนดี |
ตอบ |
แล้วแต่ความชอบและความต้องการของผู้เรียน
เมืองเล็กและเมืองใหญ่มีข้อดีข้อเสียต่างกัน
เมืองเล็กค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมืองใหญ่
แต่เดินทางไกลกว่า เมืองใหญ่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า
เกาะเหนือประชากรมากกว่าเกาะใต้แต่อากาศอบอุ่นกว่า
|
|
| ควรไปเรียนนิวซีแลนด์เมื่ออายุเท่าไหร่
ถึงจะดีที่สุด |
ตอบ |
ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน
แนะนำให้ไปเรียนมัธยม เมื่อจบชั้น
ป. 6 หรือไม่ก็จบ ม.3แล้ว อายุเริ่มต้นที่13ขวบ
เพราะเมื่อเข้ามาเรียนในระบบนิวซีแลนด์
จะเริ่มเรียนเมื่อฟอร์ม3 หรือเยียร์
9 เพราะไม่เด็กจนเกินไปนักเรียนสามารถปรับตัวได้ง่าย
ภาษาจะเป็นเร็ว หากมาเรียนหลังจากนั้นก็ได้แต่จะปรับตัวได้ช้ากว่า
|
|
| ภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์
เพี้ยนหรือไม่ |
ตอบ
|
อยู่ที่ว่าเอาอะไรเป็นมาตรฐานวัด
หากเอาภาษาอังกฤษแบบบีบีซีเป็นมาตรฐาน
ภาษาอังกฤษตามภูมิภาคต่างๆ ในอังกฤษก็แตกต่างจากภาษาอังกฤษแบบบีบีซี
เช่นเดียวกันกับภาษาอังกฤษในนิวซีแลนด์
สำเนียงย่อมแตกต่างออกไปแต่ไม่ได้หมายความว่า
เป็นสำเนียงที่ผิดหรือบกพร่องเป็นอย่างใด |
|
| ไปเรียนนิวซีแลนด์ปลอดภัยจริงหรือไม่
|
ตอบ |
เปรียบเทียบกับหลายๆประเทศเช่น
สหรัฐอเมริกา หรือประเทศไทยเอง ประเทศนิวซีแลนด์
มีสถิติอาชญากรรมน้อยกว่ามาก อาจเป็นเพราะจำนวนประชากร
กฎหมาย สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ
แต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาจะต้องรู้จักระมัดระวัง
และป้องกันตัวเอง อาทิเช่น ไม่แต่งตัวหรูหราพร้อมเครื่องประดับ
โทรศัพท์มือถือหรือของอื่นๆที่มีราคาแพง
ไม่พกเงินสดจำนวนมาก ไม่กลับบ้านดึก
ไม่เดินทางในที่เสี่ยงต่อภัยยามวิกาล
เลือกคบเพื่อน ที่สำคัญต้องรู้จักป้องกันตัวเอง
|
|
| เรียนนิวซีแลนด์ทำงานได้หรือไม่ |
ตอบ
|
ทำได้แต่ขึ้นอยู่กับว่ากำลังเรียนอะไร
หากเรียนระดับอุดมศึกษา ทางรัฐบาลอนุญาตให้ทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย
แต่ไม่เกินสัปดาห์ละ 15 ช.ม. ส่วนเรียนระดับอื่นไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฏหมาย |
|
| นักเรียนอายุต่ำกว่า
18ปี ต้องมีผู้ปกครอง (guardian)
หรือไม่ |
ตอบ |
ข้อบัญญัติจากกระทรงศึกษาธิการ
(Minister of Education) กำหนดให้นักเรียนที่อายุต่ำกว่า
18ปี ต้องมีผู้ปกครองหรือการ์เดี้ยน
|
|
|
ควรเลือกการ์เดี้ยนที่เป็นคนไทยหรือคนกีวีดี |
ตอบ |
ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เรียนและครอบครัว
การ์เดี้ยนคนไทยสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองได้
เข้าใจวัฒนธรรมของนักเรียนได้ดี หากแต่ต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกอย่างดี
เพราะหมายถึงเด็กอยู่ในมือหรืออยู่ในการดูแลของการ์เดี้ยนผู้นั้น
และที่สำคัญจะต้องไม่เลือกการ์เดี้ยนที่เป็นโฮมสเตย์ให้เด็ก
เพราะหากเด็กมีปัญหาจะไม่สามารถพูดคุยกับใครได้เลย
|
|
|
ปัญหาที่พบบ่อยๆของเด็กไทยที่ไปเรียนนิวซีแลนด์ |
ตอบ
|
1)
เตรียมตัวไม่ดี ปรับตัวไม่ได้ ไม่มีใครดูแลจึงไม่ตั้งใจเรียน
ใช้เงินฟุ่มเฟือย
2) ปัญหาเรื่องที่พัก โดยเฉพาะอยู่กับโฮมสเตย์
3) เรื่องอาหารการกิน
4) คบแต่เพื่อนคนไทยด้วยกัน ทำให้ภาษาพัฒนาช้า
ไม่เรียนรู้และปรับตัวทางการเรียน
5) ไม่พอใจในสถาบันที่เรียนเพราะอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังไว้
6) ขาดความตั้งใจ ใช้เวลาเรียนนานเกินไป
ทำให้สี้นเปลือง
7) ขาดผู้แนะแนวที่รู้จริง และให้ข้อมมูลที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน |